Don't Miss
Home / แม่และเด็ก / เรื่องของคุณแม่ / เมื่อทาสแมว ตั้งครรภ์ ทำอย่างไรดีนะ

เมื่อทาสแมว ตั้งครรภ์ ทำอย่างไรดีนะ

01_13

 

ทำไงดีละเนี่ย!? เมื่อทาสแมวกำลังจะมีน้อง! คุณแม่หลายทานอาจจะรู้สึกกังวลที่จะต้องเลี้ยงลูกไปด้วย เลี้ยงแมวไปด้วย วันนี้เรามาอ่านบทความคำแนะนำดี ๆ จากนิตยสาร MODERNMOM  กันเลยค่ะ ><

 

คนเราตอนยังไม่มีลูกอยู่กันสองคนมันก็เหงานะ หลายคนก็เลยต้องมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน และสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของคนเราก็เห็นจะเป็นหมา ๆ แมว ๆ นี่แหละ เลี้ยงหมาหมาจะเห็นเราเป็นเจ้านาย หมาจะคอยทำตามคำสั่งเรา คอยดูแลปกป้องเรา แต่กับแมวสั่งมันทำอะไรมันมองด้วยหางตาไปยุ่งกับมันมากมันก็โวยวายใส่อีกต่างหาก ยกเว้นมันต้องการอะไรมันก็จะมาเคล้าแข้งเคล้าขาให้เราใจอ่อน มารยามันเยอะจริง ๆ คนเลี้ยงแมวบางคนถึงกับตั้งชื่อประชดตัวเองซะเลยว่าเป็นพวกทาสแมว แต่พอมีลูกนี่สิยิ่งกว่าทาสเสียอีก ตั้งแต่เล็กจนโต ลูกคนต้องการดูแลประคบประหงมมากกว่าลูกแมวลูกหมาเยอะเลยจริง ๆ

         คนเลี้ยงแมวเลี้ยงหมาบางคนเลี้ยงอย่างกับลูก ไม่ปล่อยให้วิ่งเล่นกับดินกับทรายนะครับ แมวมีบุญบางตัวกินอาหารอย่างดีทำจากฝรั่งเศส ก่อนนอนก็ต้องคอยแปรงขน นอนก็นอนห้องแอร์ บางคนที่ไม่ได้เว่อร์ปานนั้นแม้ว่าจะกินข้าวคลุกปลาทู เขาก็รักกันเหมือนลูก ครั้นพอตัวเองจะต้องกลายเป็นแม่คนจริง ๆ จะเอาแมวไปปล่อยวัดเอาไปยกให้คนอื่นก็คงทำใจยาก แมวจะจำเจ้าของตัวเองได้แม่น และกลัวคนแปลกหน้ามาก ๆ เอาไปยกให้คนอื่นแมวมันคงร้องไห้หนักมาก เวลามองหน้ามัน แมวมันก็มีสีหน้าแววตาที่น่าสงสาร…สุดท้ายตัดใจไม่ลง แมวน้อยก็เลยยังอยู่ที่เดิม

         แต่พอท้องแล้วนี่สิ คนหวังดีรอบตัวนี่เยอะมากจริง ๆ เดี๋ยวพูดอย่างโน้นอย่างนี้มากมาย ฟังมาก ๆ แล้วจิตตก ยิ่งฟังก็ยิ่งสับสน สุดท้ายฉันจะทำยังไงดีเนี่ย…

         อย่างแรกที่ต้องรู้ก็คือ แมวเป็นสัตว์ที่สะอาด ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง แต่ยังไงแมวมันก็ยังเป็นแมว มันไม่ได้กินอาหารสุก ๆ ร้อน ๆ อย่างเรา เข้าห้องน้ำแล้วมันก็ไม่ได้เช็ดก้น ไม่ได้ล้างมืออีกต่างหาก จะเจ็บป่วยอะไรก็ไม่ได้บอกเราสักคำ เมื่อว่าที่คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ต้องมีการปรับตัวกันบ้างเรียกว่าต้องปรับกันทั้งแมวทั้งคน

         พยาธิที่เกิดขึ้นในแมวที่มีผลกับคนที่สำคัญก็คือเชื้อที่ชื่อว่า “ท็อกโซพลาสโมซิส” แมวเป็นพาหะของเชื้อที่ว่านี้ และมีการติดต่อในระบบทางเดินอาหาร ถ้าคุณแม่ติดเชื้อนี้ส่วนมากจะไม่มีอาการมากมายอะไร แต่อาจจะมีอาการไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้บ้าง

         หากคุณแม่ตั้งครรภ์ติดเชื้อนี้ในช่วงอายุครรภ์ 10 – 24 สัปดาห์ จะทำให้เกิดความพิการในเด็กได้ประมาณ 5 – 6% ซึ่งทารกจะมีน้ำหนักตัวน้อยคลอดก่อนกำหนด มีความผิดปกติของตา ภาวะปัญญาอ่อน หรือเกิดความผิดปกติที่สมองได้ หากติดเชื้อหลังจากช่วงสัปดาห์นี้โอกาสความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูกจะน้อยลง

         ดังนั้น เมื่อคุณแม่รู้ว่าโรคนี้มีการติดต่อโดยระบบทางเดินอาหารก็ควรดูแลตัวเอง ดูแลแมวเป็นอย่างดี ให้คุณสามีพาแมวไปหาสัตวแพทย์ ฉีดวัคซีน ถ่ายพยาธิให้ครบถ้วนตามมาตรฐาน ตัวคุณแม่ก็ต้องระวังมากขึ้น ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบอาหารเข้าปาก กินอาหารร้อนและปรุงสุกทุกครั้ง อุ้มแมว เล่นกับแมวแล้ว ก็ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ทรายแมวก็ให้คนอื่นดูแล เก็บกวาดบ้านก็ต้องดูแลทำความสะอาดเป็นอย่างดี ถูพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบ่อย ๆ แบ่งพื้นที่ Safe Zone ไม่ให้แมวเข้าไปในพื้นที่บางจุดของบ้าน เช่น ห้องนอน ห้องครัว

         การเลี้ยงแมวจะช่วยทำให้คุณแม่อารมณ์ดีมีความสุข แม่มีความสุข ลูกในครรภ์ก็มีความสุข ถ้าคุณแม่เลี้ยงแมวมาก่อนตั้งครรภ์แล้วก็ยังสามารถเลี้ยงแมวอยู่กับแมวได้ เพียงแค่ดูแลแมว ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ก็สามารถตั้งครรภ์และอยู่กับแมวสุดที่รักได้อย่างมีความสุขครับ

 

 

 

 

_____________
Source: kapook
Fanthai-media-

loading...

About admin

Comments are closed.

Scroll To Top